ปิดตำนาน 28 ปีโปรดิวเซอร์ตัวพ่อ “Daft Punk”

23/02/2021

By: WINKIEB

Daft Punk คู่หูโปรดิวเซอร์ชาวฝรั่งเศสแห่งวงการเพลงอิเล็กทรอนิกส์ได้ประกาศแยกทางกันแล้ว ในวิดิโอความยาว 8 นาที “Epilogue” ที่ตัดมาจากภาพยนต์ในปี 2006 ชื่อ Electroma ข่าวนี้เป็นความจริงแน่นอนเพราะ Kathryn Frazier ผู้ดูแลศิลปินคู่บุญได้ออกมายืนยัน แต่ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของการแยกวงครั้งนี้





Thomas Bangalter และ Guy-Manuel de Homem-Christo ก่อตั้ง Daft Punk ขึ้นด้วยกันในปี 1993 ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งคู่ได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปในดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ จนกระทั่้งในปี 1997 ทั้งสองปล่อยอัลบั้มแรกออกมาในชื่อ Homework อัลบั้มนี้ขึ้นหิ้งกลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มเพลงอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีที่สุด ที่มีทั้งเพลงสุดฮิตอย่าง Around the World” และ “Da Funk” และในปี 2001 ที่ทั้งคู่ได้ปล่อยอัลบั้ม Discovery ออกมาอีกครั้ง ทั้งสองได้ปรากฎตัวต่อหน้าสาธารณะชนด้วยชุดคล้ายหุ่นยนต์ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Daft Punk อย่างที่เราได้เห็นกัน “One More Time” และ “Harder, Better, Faster, Stronger” ก็ได้กลายเป็นเพลงฮิตที่ทำให้พวกเขาเป็นที่ยอมรับกับแฟนเพลงทั่วโลก แถมยังได้สร้างชื่อเสียงจากอัลบั้มถัดมาอย่าง Human After All live LP Alive 2007 และ Tron: Legacy soundtrack album

ถัดมาอีก 20 ปี Daft Punk ได้ปล่อยเพลงฮิตอีกเพลงอย่าง “Get Lucky” หนึ่งในเพลงจากอัลบั้ม Random Access Memories ในปี 2013 เพลงที่ทุกคนเคยได้ยินเพลงนี้ถูกขายไปมากกว่า 1 ล้านครั้งทั่วโลกและชนะรางวัลแกรมมีให้กับทั้งคู่ รวมถึงศิลปินที่ร่วมงานในเพลงนี้อย่าง Nile Rodgers และ Pharrell Williams เพลงดังอย่าง “Lose Yourself to Dance” ที่ได้ Pharrell มาร่วมด้วยก็กวาดรางวัลไปไม่น้อยเช่นเดียวกัน “เวลาที่คุณได้เรียนรู้ว่าเมจิคทริคมันทำได้ยังไง มันโครตน่าหดหู่เลย” Thomas บอกกับ Pitchfork ในปี 2013 “พวกเราให้ความสำคัญกับภาพลวงตาเพราะ หากคนรู้ว่ามันทำยังไง ความตื่นเต้นและความบริสุทธิ์ของสิ่งนั้นจะหายไปเลย”

Daft Punk ได้รับรางวัลแกรมมีจากอัลบั้มนี้ถึง 3 รางวัลรวมถึงรางวัลอัลบั้มแห่งปี และในปีเดียวกันนี้ ทั้งคู่ยังได้สร้างสรรค์หลายเพลงในอัลบั้ม Yeezus ของศิลปิน Kanye West รวมไปถึงเพลงอย่าง “On Sight,” “Black Skinhead,” และ “I Am a God ในปี 2016 ทั้งคู่ก็ได้ร่วมงานกับ the Weeknd ในเพลง Starboy ซึ่งเป็นเพลงแรกของ Daft Punk ที่ได้อยู่บนชาร์ตเพลงฮิตของ Billboard และเพลงดังอย่าง I Feel It Coming

อิทธิพลในวงการดนตรีระดับโลกของ Daft Punk มันมีมากกว่าแค่เพลง เพราะทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ความลึกลับ และสไตล์เพลงแบบ party-music ในแบบของ Daft Punk กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินหลากหลายสไตล์ เพลงจาก LCD Soundsystem อย่าง “Daft Punk Is Playing at My House” ก็เป็นหนึ่งในเพลงที่บอกความเป็นตัวตนของ Daft Punk ออกมาได้ดี นอกจากนั้นยังได้เอาเพลงของ Janet Jackson และ Jazmine Sullivan มา sampled ในเพลงของตัวเอง ทั้งถูกใช้ล้อเลียนใน Family Guy, Powerpuff Girls และได้รับการยกย่องจากแกลเลอรีศิลปะทั่วโลก

ตอนนี้แม้ว่าเราจะไม่ได้ชมคอนเสิร์ตของพวกเขาอีกแล้ว แต่ทุกอย่างที่พวกเค้าทำมันกลายมาเป็นตำนาน เป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังจะต้องกลับมาศึกษาการทำเพลง ความคิด และการโปรดิวซ์ที่ไม่มีทางที่ศิลปินคนไหนจะเทียบเคียงได้แน่นอนส่วนคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าพวกเค้าคือใคร หน้าตาเป็นยังไงมาดูการสัมภาษณ์อันนี้เป็นอันรู้เรื่อง


Daft punk quit 2

แปลไทยโดย สุธิมา ทองมาก

Source : Pitchfork
WINKIEB

WINKIEB
bill@tempobkk.com
ผู้รักเสียงเพลง และดนตรีสังเคราะห์เป็นชีวิตจิตใจ

CASETiFY ร่วมมือกับ Basquiat Estate เป...

Design & FAB

CASETiFY บริษัทอุปกรณ์เสริมเพิ่งประกาศความร่วมมือครั้งล่าสุดกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของ Jean-Michel Basquiat การทำงานร่วมกันนี้ประกอบด้วยเคสโทรศัพท์สำหรับ iPhone, AirPods, ที่ชาร์จไร้สาย, MacBooks และ A...

“Imprint” EP แรกหลังจากย...

LOOP

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2003 เราได้รู้จักกับชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ Koichi Shimizu ในฐานะ Promoter Event ที่ชื่อ SO::ON Dry FLOWER เป็นงานปาร์ตี้ที่เน้นไปทางดนตรี Electronic Music, IDM ก่อนที่จะกลายมาเป็นค่ายเพลงใน...

9 Best Vinyl Records from More Rice...

LOOP

หลายๆคนคงรู้จักร้านแผ่นเสียงสายดนตรี Electronic Music ในเมืองไทยที่เพิ่งเปิดตัวอย่าง More Rice Record Store ไปแล้ว ร้านแผ่นเสียงที่นำเสนอความชื่นชอบของเจ้าของร้านทั้ง 3 คน ต๊อป (DOTT) , เจ (Sarayu) ...

TEMPO NEWSLETTER