Interview – Stefan Goldmann

22/02/2016

By: WINKIEB

คุณคงได้ยินชื่อ BEAM, Club ใหม่ใจกลางกรุงเทพที่เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ชื่นชอบดนตรีที่แตกต่าง หลังจากเปิดมาเป็นเกือบ 1 เดือน ต่อจากนี้คุณจะได้เห็นศิลปินจากต่างประเทศมาร่วมโชว์ใน Club นี้ให้คุณได้ชมกันในทุกๆเดือน มาในเดือนนี้อีกหนึ่งศิลปินที่จะทำให้เดือนกุมภาพันธ์จบแบบสวยงามคือ Stefan Goldmann ศิลปิน House & techno จาก Berlin เขาเป็นทั้ง Composer,record producer และเป็น Resident Dj อยู่ที่ Club สุดเท่ที่ชื่อ Berghain มาในวันนี้คุณจะได้รู้จักกับเขาแบบเต็มๆผ่านบทสัมภาษณ์ที่พูดถึงวงการดนตรี Electronic Music และมุมมองของดนตรี Techno & House ตั้งแต่ปี 2001 – 2016 ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง พร้อม Selection ที่จะได้ชมกันแบบเต็มๆในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ BEAM แล้วเจอกันครับ

ผลงานล่าสุดของค่ายเพลงคุณคืออะไร
ตอนนี้เรากำลังเตรียมตัวที่จะเปิดตัววงใหม่ที่ชื่อว่า ‘’KUF’’ พวกเขามีกันสามคน เล่น กลอง เบส เเละ คีย์บอร์ด สิ่งที่พิเศษคือพวกเขาเล่นทุกอย่างออกมาสดๆ ด้วยจังหวะที่สนุกสนาน แต่ทุกเสียงร้องจะเป็น Samples ซึ่งจะถูกเล่นโดยมือคีย์บอร์ด มันสวยงามอย่างอัศจรรย์ โดยวิธีการ Cut-up type เสียงร้องที่ไม่มีคนร้องเพลงอยู่บนเวที มันเรียบง่ายมากๆและมันก็คืออนาคตของดนตรี



คุณพอรู้เกี่ยวกับดนตรี Electronic music ในเมืองไทยบ้างไหม
นี่คือครั้งแรกที่ผมมาประเทศไทย อยากมาลองดูเหมือนกัน ได้ยินว่ามีคลับและเฟสติวัลที่น่าสนใจ แต่ศิลปินผมรู้จักแค่สองสามคนเท่านั้นนะ อยากรู้เหมือนกันว่าจะเจออะไรบ้าง

คุณคิดว่า Electronic Music Scene จะเดินหน้าไปทางไหนในอนาคต
สำหรับผมคิดว่าเรากำลังเกิดความหลากหลายเเบบไม่มีที่สิ้นสุดนะ วงการนี้ขยายออกไปอย่างยาวนาน มีสถานที่เกิดใหม่ในแผนที่ตลอดเวลา ศิลปินใหม่ๆ ทิศทางใหม่ๆในทุกมุมมอง มันมีเสน่ห์มาก เพราะมันไม่ใช่สิ่งใหญ่ๆเกิดขึ้นสิ่งเดียว แต่หลากหลายสิ่งเล็กๆเกิดขึ้นพร้อมกัน

ในมุมมองของคุณดนตรี Techno & House ในปี 2001 กับ 2016 มันมีอะไรที่เปลี่ยนเเปลงไปบ้าง
ในปี 2001 แทบจะไม่มีที่ใครเล่นเพลงของปี 1985 เลย มาในปี 2016 ทุกสิ่งอยู่ในเส้นขนานกับดนตรีในปี 2001 ตอนนี้ผมได้ปล่อยเพลงที่เคยทำไว้ตอนเริ่มแรกอาชีพนี้ และน่าแปลกใจจริงๆที่ยังขายมันได้อีกครั้ง มันเหมือนกับผู้ฟังเขาฟังทุกๆอย่าง ในตอนนั้นน้อยคนที่จะผลิตเพลง Underground ทำให้ปี 2001 เพลง Underground ดังๆเวลาขายแผ่นเสียงได้ยี่สิบแผ่น มันก็จะถูกเล่นนานเป็นปีๆ แต่สมัยนี้เพลง Techno ฮิตๆมันคือพายุที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในหนึ่งอาทิตย์และทุกอย่างก็จะถูกลืมไปในสองสามสัปดาห์ สิ่งที่ดีคือแรงกดดันเรื่องยอดขายมันหายไปเวลาคุณผลิตมัน ยอดขายเพลงยิ่งขายได้มากจากศิลปินที่มีไอเดียโดนๆ มันคืออีกระดับนึงของเสรีภาพในรูปแบบนี้

คุณคิดว่า Techno & House Music มันจะกลับมาอยู่บนกระแสหลักอีกครั้งได้ไหม
มันขึ้นอยู่กับว่าคุณมองมันยังไง สำหรับผม Techno คือการนำเอาเสียงอะไรก็ได้ ที่คุณสามารถคิดออกมาและดูว่ามันจะออกมาเป็นยังไงเวลาLoopมัน มันคือการที่เสียงเคลื่อนที่จาก Drum แรกเดินต่อไปข้างหน้า ถ้ามองมุมนี้ Techno มีผลต่อทุกๆ เพลงในปัจจุบัน ทุกๆการบันทึกเสียงถูกตัดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นก็ปะติดปะต่อกลับเข้าด้วยกันและมันก็จะมีลายเซ็นเฉพาะตัวที่นำเสนอออกมาในทุกๆวินาที เสียงกีต้าร์ก็เช่นกัน ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆชิ้นน้อยให้มันมีคุณภาพมากที่สุดแล้วจึง Loopมันทุกอย่างขึ้นในรูปแบบ Digital Grid มีการเคลื่อนที่ ที่แน่นอนโดยตลอดและอยู่ในจังหวะที่ถูกต้อง ไม่มีอะไรที่ยุ่งเหยิงเวลามอง นี้คือแกนหลักของ Techno ถ้าเปรียบเทียบวิธีการของวงดนตรียุค 1970 หรือ 1990 สิ่งที่พวกเขาทำอยู่มันใกล้เคียงกับ Techno มากหรือถ้านึกถึง EDM หรืออะไรก็ตามมันคือการแปลงมาจาก Techno มีชื่อที่เปลี่ยนไปแต่แกนหลักเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายใน 15 ปีที่ผ่านมา

ในอีกแง่นึง Techno และ House ที่ผมเล่นมันก็ไม่เคยดังในกระแสหลักมาก่อนอยู่แล้ว เพลงมันไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้ต่อหนัาคน 50,000 คน ในทางเดียวกันเพลงที่ทำงานในลานขนาดใหญ่ก็ไม่สามารถทำงานใน Club ได้เหมือนกัน อย่างน้อยผมก็สามารถสื่อสารตรงไปยังคนทุกๆคนในห้องได้ แต่เพลงพวก Mainstream ไม่สามารถให้อะไรแบบนั้นกับคุณได้

ถ้าเราพิจารณาดนตรี Techno ในเบอร์ลินดีๆ มันไม่เคยใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ดนตรีชนิดนี้มันเกิดขึ้นรอบโลก ทุกคนจากหลากหลายแห่ง เดินทางไป Festival หรือแค่มาดูสุดยอดคลับ ทุกๆอาทิตย์ผู้คน 20,000 คนเดินทางไปยังเบอร์ลินเพื่อแค่ Techno เท่านั้น ศิลปินเกิดขึ้นมากมายหลากหลายประเทศมากกว่าแต่ก่อน บางคนถึงกับย้ายมาที่นี่ เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดกับวงการให้มากที่สุด ลองคิดดูว่า Resident Advisor’s top live act ของปี 2015 “KINK” ยังมาจาก Bulgaria ผมเล่นในบางประเทศที่สองสามปีก่อนยังไม่มีคลับเลยด้วยซ้ำ ตัวอย่างในปี 2015 ผมเป็น Western European techno DJ คนแรกที่ได้เล่นที่ Moldova น่าประหลาดใจสุดๆ

โชว์ไหนของคุณที่น่าจดจำมากที่สุด
ผมไม่เคยสนับสนุนการเล่น Dj ห้าวันในหนึ่งอาทิตย์ทุกๆสัปดาห์ ถ้าคุณเล่นมากจนเกินไป ทุกๆปาร์ตี้มันจะเริ่มคล้ายๆกันหมด แล้วคุณก็จะปล่อยความเป็นตัวคุณไป ในความเป็นจริงแล้ว ผมมีความทรงจำเกือบทุกปาร์ตี้ที่เล่นนะ ในทุกๆคืนมันจะมีสิ่งพิเศษแตกต่างกันออกไป ที่ทำให้คุณจำมันได้ มันยากที่จะบอกว่าครั้งไหนที่น่าจดจำได้มากที่สุด แต่ผมชอบที่จะเล่นในสถานที่หลากหลายมันทำให้เกิดโอกาสที่น่าประหลาดใจมากมาย ต่อทั้งผมและผู้ชม มีที่ๆพิเศษเยอะแยะไปหมด และแน่นอนผมรัก Berghain / Panorama Bar เป็น World class club แห่งแรกที่ให้โอกาสผมได้เล่นประจำ แล้วก็มี Bonobo, Tokyo สถานที่เล็กๆแต่เครื่องเสียงดีมากๆ เท่าที่ผมเคยได้ยินมาเลย Paris สุดยอดตลอดเวลาอยู่เเล้ว ผมได้เล่นที่ Sofia บ่อยๆมันเป็นบ้านหลังที่สองของผมเลยละ คือผมค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวกับที่นี้เพราะผมรู้จักเกือบหมดทุกคนเวลามีปาร์ตี้ที่นั้น

Track ที่ดีที่สุดในปี 2015 ของคุณ
ปี 2015 มีเพลงที่โดนๆเยอะนะ มันยากไปที่จะเลือกมาหนึ่งเพลง เพราะในสถานะการณ์ที่แตกต่าง เพลงเหล่านี้ก็ทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน อย่างเพลง “Starstrike” ที่ผมเล่นทุกครั้ง หรือ Maghreban’s “Now Easy” ก็ชอบมาก โดยเฉพาะ Zenker Brothers ก็ดีเลยทีเดียว

ให้เลือก Indoor Club หรือ Outdoor Festival คุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน
ถึงแม้ว่าผมจะโชคดีที่ได้เล่นทั้งสองสุดยอด outdoor event และ Indoor Club เเต่ใจผมก็เลือกคลับอยู่ดี ผมไม่ชอบเวทีที่ทำให้ดีเจดูเหมือนเป็นร็อคสตาร์ ผมชอบที่จะเล่นในคลับเท่านั้น เพราะมันทำให้คุณรู้สึกเชื่อมต่อผู้คนได้ ใน Festival เวลาคุณมองลงมาจากเวที คุณจะเห็นกับแผงไฟความยาวเป็นสิบเมตร เห็น Security zones ก่อนจะถึงคนดู มันไม่มีความใกล้ชิดกันสักนิดเลย

สุดท้ายนี้ลองอธิบายท่าทางการเต้นของคุณหน่อยว่ามันเป็นไง
ผมไม่ชอบเต้นหน้ากระจกหรอกนะ ช่วยบอกผมเวลาเห็นผมเต้นที



WINKIEB

WINKIEB
bill@tempobkk.com
ผู้รักเสียงเพลง และดนตรีสังเคราะห์เป็นชีวิตจิตใจ

Endangered subculture

LOOP

Club ทั่วโลกกำลังจะตายจริงรึเปล่า? นี่คือประเด็นที่หาข้อสรุปไม่ได้ แต่เราได้เห็นมันกับตาในหลายๆเมืองของเอเชีย หลายคลับไม่สามารถยืนอยู่ได้ ถ้าไม่มีแรงสนับสนุนจากเหล่า Clubber ทั้งหลาย การที่คลับจะอยู่ได้ไม่ใช่การ Boo...

TEMPO MIX 001 // Martian Child

LOOP

Martian Child หรือหลายๆคนรู้จักกันในชื่อ Jeeraw(ต๋อง) ช่างภาพแฟชั่นสุดเปรี้ยว ที่มาพร้อมกับภาพถ่ายในมุมมองประหลาด ที่น่าจับตามอง แต่วันนี้กับอีกบทบาทของการเป็น DJ ที่สามารถดึงเอาความเป็นแฟชั่นมาใส่ไว้ในทุกๆ Set...

EPIZODE 4 reveals the first wave of...

Outing

หลังจากประสบความสำเร็จกับงาน Music Festival 3 ครั้งที่ผ่านมา มาปีนี้ Episode กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ บนเกาะฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม ถึงวันที่ 7 มกราคม 2563 เป็น 11 วันที่คุณจะได้ทิ้งตัวล...

TEMPO NEWSLETTER